ปิดหน้าต่าง

ปิดหน้าต่าง
    พนันบอล
ศึกชิงถ้วยใหญ่ของยุโรปยูเวนตุสส่งอิกวาอินนำทับดวลราชันชุดขาว
 วิเคราะห์บอล บอลเด็ด บอลเต็ง ทีเด็ด วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล บอลเด็ดวันนี้ tbsvip
วิเคราะห์บอล
ทางเข้า sbobet
ข่าวฟุตบอลนอก วิเคราะห์บอล 5 ดาว
ศึกชิงถ้วยใหญ่ของยุโรปยูเวนตุสส่งอิกวาอินนำทับดวลราชันชุดขาว
ฟุตบอล,ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก,ยูเวนตุส,เรอัล มาดริด

ศึกฟุตบอลถ้วยใหญ่ของยุโรป ปีนี้เป็นการดวลกันระหว่าง ผู้ท้าชิง 'ม้าลาย' ยูเวนตุส แชมป์จากลีกอิตาลี ที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 2 จาก 3 ปีหลังสุด โดยมี กอนซาโล่ อิกวาอิน นำทัพหวังซัดทีมเก่า ท้าดวล 'ราชันชุดขาว' เรอัล มาดริด แชมป์ลีกสเปน และแชมป์เก่ารายการนี้ ที่ลุ้นเป็นทีมแรกที่ป้องกันแชมป์สำเร็จ พร้อมจัด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงบัญชาทัพ ในศึก ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ คืนวันเสาร์ที่ 3 มิ.ย. นี้ (เวลา 01.45 น.) PPTV HD, บีอิน สปอร์ตส์ 1 ยิงสด

ปรีวิวฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2016-17 นัดชิงชนะเลิศ
วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน 2560
ยูเวนตุส (อิตาลี) - เรอัล มาดริด (สเปน)
ถ่ายทอดสด : PPTV HD, บีอิน สปอร์ตส์ 1 (เวลา 01.45 น.)

 

สนาม : เนชันแนล สเตเดี้ยม, (คาร์ดิฟฟ์, เวลส์)

          มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี เทรนเนอร์ ยูเวนตุส พาทีมผ่านเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 2 จาก 3 ปีหลังสุด หลังจากเมื่อปี 2015 พ่ายต่อ บาร์เซโลน่า ไปอย่างน่าเสียดาย

          ฤดูกาลนี้ 'ม้าลาย' มีผลงานที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก คว้าแชมป์สคูเดตโต้ และโคปปา อิตาเลีย ไปแล้ว ดังนั้นหากได้ถ้วยนี้อีกก็จะเป็นการได้ทริปเปิลแชมป์ด้วย

          สภาพทีมต้องปราศจาก มาร์โก เปียซ่า ที่เจ็บยาว แถม สเตฟาโน่ สตูราโร่ เกิดเดี้ยงต้นขาซ้ายระหว่างการฝึกซ้อม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะชวดเล่น แต่ไม่ส่งผลนัก เพราะเป็นสำรองอยู่แล้ว ส่วนที่เหลือพร้อมรบ

          ในระบบ 4-2-3-1 ผู้รักษาประตูเป็น จานลุยจิ บุฟฟ่อน แนวรับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ แบ็กสองข้างใช้ อันเดรีย บาร์ซายี่ และ อเล็กซ์ ซานโดร

          มิราเล็ม ปานิช ยืนมิดฟิลด์คู่กลางกับ ซามี่ เคดิร่า ดัน ดานี่ อัลเวส ขึ้นสูงเล่นเกมรุกร่วมกับ เปาโล ดีบาล่า และ มาริโอ มานด์ซูคิช ประคองอยู่ข้างหลัง กอนซาโล่ อิกวาอิน โดยมี ฮวน กวาดราโด้ เป็นทีเด็ดข้างสนาม


          ทางด้าน 'ราชันชุดขาว' เรอัล มาดริด ของกุนซือ ซีเนดีน ซีดาน พาทีมผงาดคว้าแชมป์ลา ลีกา ได้อย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี และ เป็นสมัยที่ 33 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร

          ส่วนผลงานถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั้น พวกเขาปราบ แอต.มาดริด เพื่อนร่วมชาติมาด้วยสกอร์รวมสองนัด 4-2 ในรอบรองชนะเลิศ ผ่านเข้ามาลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกที่ป้องกันแชมป์รายการนี้สำเร็จ นับตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้ชื่อรายการว่า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 1992

          สภาพทีมเกมนี้ของ เรอัล มาดริด ที่ทำสถิติโลกในการพังประตูต่อเนื่องเป็นนัดที่ 64 ติดต่อกันแล้ว (จากทุกรายการ) ทำการประกาศรายชื่อผู้เล่นทั้ง 25 ราย ที่เดินทางมาทำศึกในคาร์ดิฟฟ์ โดยได้ ดาเนียล การ์บาฆาล แบ็กขวาจอมบุกทีมชาติสเปนวัย

25 ปี หายเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังข้างขวาฉีก กลับสู่ทีมเช่นเดียวกับ แกเร็ธ เบล สตาร์ทีมชาติเวลส์ ที่หายเจ็บน่อง และเปเป้ กองหลังจอมเก๋าซึ่งหายเจ็บซี่โครง

          ตำแหน่งผู้รักษาประตูให้ เกย์ลอร์ นาวาส ลงมาเฝ้าเสา พร้อมได้ความช่วยเหลือจากแผงหลังอย่าง ดาเนียล การ์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส (กัปตันทีม), ราฟาแอล วาราน และ มาร์เซโล่ วิเอยร่า ลงประจำการ

          ขุมกำลังในแดนกลางวาง โทนี่ โครส, คาเซมิโร่ และ ลูก้า โมดริช ช่วยกันทำเกม โดยมีอีสโก้ รับบทหน้าต่ำอยู่หลังคู่หน้าทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ซัดไปแล้ว 10 ประตูในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ กับ คาริม เบนเซม่า ซึ่งกระทุ้งไป 5 ลูกในรายการนี้เข้าถล่มตาข่าย ส่วนรายของ แกเร็ธ เบล น่าจะเริ่มต้นด้วยการเป็นเพียงสำรอง แม้กลับมาฟิตแล้วก็ตามที


รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

          ยูเวนตุส (3-4-2-1) : จานลุยจิ บุฟฟ่อน - อันเดรีย บาร์ซายี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, อเล็กซ์ ซานโดร - มิราเล็ม ปานิช, ซามี่ เคดิร่า - ดานี่ อัลเวส, เปาโล ดีบาล่า, มาริโอ มานด์ซูคิช - กอนซาโล่ อิกวาอิน
          เทรนเนอร์ : มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี  ยูเวนตุส : อันดับ 1 เซเรีย อา
          ดาวซัลโว (ในลีก) : กอนซาโล่ อิกวาอิน (24)

          เรอัล มาดริด (4-3-1-2) : เกย์ลอร์ นาวาส - ดาเนียล การ์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส (กัปตันทีม), ราฟาแอล วาราน, มาร์เซโล่ วิเอยร่า - โทนี่ โครส, คาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช - อีสโก้ -  คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า
          เทรนเนอร์ : ซีเนดีน ซีดาน เรอัล มาดริด : อันดับ 1 ลา ลีกา
          ดาวซัลโว (ในลีก) : คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (25)

ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ บริช (เยอรมัน)


            ผลการพบกันที่ผ่านมา
14/05/15 ชปล. เรอัล มาดริด 1-1 ยูเวนตุส
06/05/15 ชปล. ยูเวนตุส 2-1 เรอัล มาดริด
06/11/13 ชปล. ยูเวนตุส 2-2 เรอัล มาดริด
24/10/13 ชปล. เรอัล มาดริด 2-1 ยูเวนตุส
01/08/09 กระชับมิตร เรอัล มาดริด 1-2 ยูเวนตุส
06/11/08 ชปล. เรอัล มาดริด 0-2 ยูเวนตุส
22/10/08 ชปล. ยูเวนตุส 2-1 เรอัล มาดริด


อันดับดาวซัลโว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (ล่าสุด)

         11 ประตู - ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า)
          10 ประตู - คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (เรอัล มาดริด)
          8 ประตู - เอดินสัน คาวานี่ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง), โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (บาเยิร์น มิวนิค)
          7 ประตู - ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)
          6 ประตู - คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ (โมนาโก), อองตวน กรีซมันน์ (แอตเลติโก มาดริด)
          5 ประตู - ราดาเมล ฟัลเกา (โมนาโก), กอนซาโล่ อิกวาอิน (ยูเวนตุส), เซร์คิโอ อเกวโร่ 'กุน' (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), ดรีส์ เมอร์เท่นส์ (นาโปลี), คาริม เบนเซม่า (เรอัล มาดริด)


ข้อมูลน่าสนใจก่อนเกม

          - นี่เป็นเกมที่ 19 ระหว่าง ยูเวนตุส กับ เรอัล มาดริด โดยทั้งหมดเป็นเกมยูโรเปี้ยน คัพ / ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้คู่นี้กลายเป็นคู่ที่เจอกันมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ถ้วยยุโรป ต่อจากเกมระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค กับ เรอัล มาดริด (24)

          - ผลงานเฮดทูเฮดระหว่างคู่นี้เท่ากันทุกประการ โดยต่างชนะฝั่งละ 8 ครั้งและเสมอ 2 อย่างไรก็ตาม หนเดียวที่เจอกันในรอบชิงชนะเลิศ เป็น เรอัล มาดริด ที่ชนะด้วยสกอร์ 1-0 ในปี 1998 จากประตูของ เปแดร็ก มิยาโตวิช

          - เรอัล มาดริดผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ / ชปล. เป็นครั้งที่ 15 มากกว่าสโมสรอื่นๆ 4 ครั้ง (เอซี มิลาน, 11) โดยพวกเขาชนะ 11 จาก 14 ครั้งก่อนหน้านี้ คิดเป็น 79%

          - นี่เป็นนัดชิงชนะเลิศ ชปล. หนที่ 3 จาก 4 ฤดูกาลหลังสุดของ เรอัล มาดริด เป็นผลงานเข้าชิงบ่อยที่สุดของพวกเขา นับตั้งแต่ทำได้ในยุคเริ่มต้นของรายการนี้ (5 สมัยซ้อน ระหว่างปี 1956-1960)

          - เรอัล มาดริดมีโอกาสเป็นทีมแรกนับตั้งแต่เอซี มิลาน (1989, 1990) ที่คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ / ชปล. 2 สมัยติดต่อกัน

          - ยูเวนตุสเป็นทีมเดียวที่ไม่แพ้ใน ชปล. ฤดูกาลนี้ (ชนะ 9 เสมอ 3)

          - กอนซาโล่ อิกวาอิน ทำ 2 ประตูในนัดแรก รอบรองชนะเลิศ เท่ากับที่ทำได้ใน 24 เกม ชปล. รอบน็อกเอาต์ ก่อนหน้านั้น และผลงาน 5 ประตูในฤดูกาลนี้ นับเป็นสถิติยิงมากที่สุดในรายการนี้ของเจ้าตัว

          - ดาเนียล อัลเวส ทำประตู (10) และแอสซิสต์ (25) มากกว่าฟูลแบ็กรายอื่นใน ชปล. นับตั้งแต่ประเดิมสนามในฤดูกาล 2007-08

          - เรอัล มาดริดเก็บคลีนชีตได้แค่ครั้งเดียวจาก 12 เกม ชปล. ฤดูกาลนี้

          - 14 จาก 15 ประตูหลังสุดของเรอัล มาดริด ใน ชปล. เกิดขึ้นตั้งแต่นาทีที่ 42 เป็นต้นไป

          - คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงถึง 10 ประตูใน ชปล. เป็นฤดูกาลที่ 6 ติดต่อกัน ไม่มีผู้เล่นคนไหนที่ทำได้ติดต่อกันมากกว่า 2 ฤดูกาล (เมสซี่, ฟาน นิสเตลรอย)

          - ถ้าลงสนาม จานลุยจิ บุฟฟ่อน จะเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดอันดับ 2 ที่เล่นยูโรเปี้ยน คัพ / ชปล. นัดชิงชนะเลิศ (39 ปี 4 เดือน) เป็นรองแค่ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ (40 ปี 6 เดือน) โดยนายทวารอิตาเลียนเป็นฝ่ายแพ้ทั้ง 2 ครั้งที่เล่นนัดชิงชนะเลิศ

ก่อนหน้านี้ และทั้งหมดเป็นการเล่นให้ยูเวนตุส (2003 และ 2015)

          - ซีเนดีน ซีดาน มีโอกาสคว้าถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นสมัยที่ 2 แม้คุมทีมเพียงฤดูกาลที่ 2 เท่านั้น โดยเขาเป็นผู้เล่นยูเวนตุสในชุดที่พ่ายเรอัล มาดริด ซึ่งเป็นเกมเดียวที่คู่นี้เจอกันในรอบชิงชนะเลิศ เมื่อปี 1998

          - เวลส์เป็นเจ้าภาพนัดชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ / ชปล. เป็นครั้งแรก นับเป็นชาติที่ 17 ที่ได้สิทธิ์นี้

Tag : zeanstep